admin

วิธีดูแลตับและเคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง สามารถทำได้ดังนี้

โรคตับอักเสบบีนั้นไม่มียารักษาให้หายขาดได้

ถึงแม้ว่าจะไม่มีตัวยาที่รักษาให้หายขาดได้ก็ตาม แต่ทว่าก็มียาที่สามารถควบคุมเชื้อไวรัส และมี เคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง เพื่อช่วยลดความเสียหายของตับและช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งตับได้ และยังช่วยซ่อมแซมตับอีกด้วย ทางแพทย์จะแจ้งให้ทราบหากเราจำเป็นต้องใช้ยาและนี่คือเหตุผลสำคัญที่เราจะต้องไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 ถ้าหากเรานั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ยาทางแพทย์จะส่งเราไปหายังผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องตับโดยเฉพาะ

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจะสามารถอธิบายถึงยาฃนิดต่างๆที่เราจำเป็นที่จะต้องใช้คอยแนะนำยาที่ดีที่สุดสำหรับเรา และถ้าหากเราไปพบแพทย์ผู้เชียวชาญแล้ว เราจะต้องไปพบเป็นประจำเมื่อเราเริ่มใช้ยา ถ้าเกิดเราใช้ยาแล้วมีปัญหาไม่ควรเลิกใช้ยาเองควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบของเราทราบว่าเราใช้ยาใดๆที่มาจากธรรมชาติ เช่น สมุนไพรหรือยาแบบดั้งเดิม เพราะอาจจะมีผลต่อตับหรืออาจทำให้ยาไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะคอยให้คำแนะนำว่ายาสมุนไพรหรือยาแผนโบราณอันไหนที่เราควรที่จะหลีกเลี่ยงไม่ควรใช้

การฉีดวัคซีนเป็นวิธีทีป้องกันโรคตับอักเสบบีที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวและคนใกล้ชิดของเรา

เนื่องจากในประเทศออสเตรเลียมีการเสนอให้ฉีดวัคซีนป้องกกันโรคตับอักเสบบีฟรีให้กับทารถที่พึ่งเกิด และจะต้องฉีดซ้ำอีกภาบในระยะเวลา 12 เดือนหรือ 1 ปี แรก เพื่อที่ยาจะได้ป้องกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ การฉีดวัคซีนนี้ฟรีสำหรับเด็กและวัยรุ่น และยังมีการฉีดฟรีให้กับสมาชิกในครอบครัวและคนใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นโรคตับอักเสบบีอีกด้วย

 เราสามารถหยุดการแพร่กระจายของโรคนี้ได้ด้วยการ ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หลีกเลี่ยงการสัมพัสเลือด ไม่ใช้มีดโกนหรือแปรงสีฟัน ให้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ควรทำสะอาดบาดแผล ปิดบาดแผลให้เรียบร้อย เป็นต้น

เราควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพราะเนื่องจากในสมัยนี้โรคได้กลายสายพันธุ์มาค่อนข้างเยอะจึงทำให้โรคเกิดขึ้นได้และยาก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในบางโรค ดังนั้นการศึกษาและป้องกันจึงมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติอย่างมากที่สุด

Posted by admin in สุขภาพทั่วไป

ลดน้ำหนักด้วยวิธีแปลกใหม่ กับ 3 วิธี ที่น่าสนใจ

ยังมีเคล็ดลับการลดน้ำหนักอีกมากมาย ที่เชื่อเหลือเกินว่าคุณแทบจะไม่เคยได้ยินหรือคิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้มาก่อน และนี่คือวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกพูดถึงอย่างมากและยังคงเป็นที่น่าสงสัยอยู่ว่า วิธีแปลกๆแบบนี้จะช่วยได้จริงเหรอ?

1. น้ำแข็งลดน้ำหนัก

กลายเป็นข่าวฮือฮาพอสมควร เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีลดความอ้วนแบบใหม่ โดยนําเอาก้อนน้ำแข็งมาร้อยเป็นเข็มขัด แลัวคาดรัดบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินไว้ ซึ่งความเย็นจะทําให้ไขมันขาวบริเวณต้นขาและรอบเอวเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันสีน้ำตาลอ่อนที่ร่างกายสามารถเผาผลาญให้เป็นพลังงานได้ง่าย และวิธีนี้ก็เริ่มมีคลินิกลดน้ำหนักดังๆนำไปใช้กันเเล้วค่ะ ซึ่งเรียกวิธีการนี้ว่า “กำจัดไขมันด้วยความเย็น” นั่นเอง

2. กินขนมมื้อเช้าช่วยลดน้ำหนัก

มีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่กําลังลดน้ำหนักดัวยการกินขนมในมื้อเช้า กลุ่มแรกที่ได้กินขนมในมื้อเช้า เมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ไม่มีขนม การทดลองระบุว่าน้ำหนักตัวของกลุ่มแรกมีแนวโน้มว่าน้ำหนักลดลงได้มากกว่า เพราะการกินนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตใจ เมื่อมื้อเช้าได้กินขนมที่ชอบแล้ว การอยากกินขนมในระหว่างวันจะลดลงไป และมีแนวโน้มจะลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินขนมที่ชื่นชอบเลยทีเดียว

3. ลดน้ำหนักได้ ถ้านั่งกินข้าวเงียบๆ

รู้หรือไม่ว่าสปีดการตักอาหารเข้าปากขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมดัวย เช่นกินในที่อึกทึก รอบข้างมีแต่เสียงดังจอแจ แน่นอนว่ากว่าเราจะรู้ตัวว่าอิ่มเราก็กินมากเกินความจําเป็นไปแล้ว แต่บางคนก็ชอบนั่งฟังเพลงไปกินอาหารไป ซึ่งความเพลิดเพลินจากเพลงชิลๆ ก็ทําให้เรานั่งอยู่กับอาหารนานเกินไปและกินมากเกินไปอย่างไม่รู้ตัวได้ค่ะ ทางที่ดีแนะนําว่าลองนั่งเงียบๆ กินอาหารแบบตั้งใจกิน ลิ้มรสชาติอาหารดัวยความเงียบสงบ ได้ทั้งรสชาติ ได้ทั้งสติ

แหม่..เห็นแบบนี้แล้ว สงสัยคงต้องนั่งกินอาหารแบบเงียบๆคนเดียวตามประสาคนโสดแล้วล่ะมั้งคะ แต่ถ้ามันได้ผลดีในการช่วยลดน้ำหนักก็ไม่เลวนะว่าไหม ^^

Posted by admin in ลดน้ำหนัก

ชอบกินจุบจิบ หิวบ่อย แก้ไขได้

วิธีลด “หิว” ลด “กินจุบจิบ” เพื่อ “ลดน้ำหนัก” อย่างได้ผล
กินอาหารมื้อหลักให้อิ่ม จะได้ไม่ต้องหิวระหว่างวัน ถ้าไม่ได้คิดจะใช้แผนแบ่งมื้ออาหารย่อยเป็น 6 มื้อ ก็ให้กินมื้อหลัก 3 มื้อให้อิ่มท้องไปเลยจนไม่ท้องไม่ต้องการของว่างระหว่างมื้อจะดีกว่า

 

  • กินมื้อเล็กๆ 6 มื้อ VS งดมื้อเย็น แบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่ากัน?
  • เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้างกล้อง ขนมปังโฮลวีต รวมถึงธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา ที่ช่ยให้อยู่ท้องมากกว่าข้าวขาว ขนมปังขาว และอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำตาลทรายขาว
  • ในมื้ออาหารหลัก อย่าลืมเน้นโปรตีนมากกว่าคาร์โบไฮเดรต เพราโปรตีนอยู่ท้องกว่า (เลือกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา ไก่ลอกหนัง)
  • หากหิวระหว่างมื้อจริงๆ ควรเลือกกินผลไม้สด ถั่ว ธัญพืชต่างๆ มากกว่าขนมนมเนยที่มีแป้ง และน้ำตาลสูง
  • หากแค่อยากหาอะไรเคี้ยวเพลินๆ ระหว่างวันไม่ให้หิว หรือไม่ให้ง่วง เลือกขนม ลูกอม หมากฝรั่ง และเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เช่น กาแฟไม่ใส่น้ำตาล ลูกอม หมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล (sugar-free) รวมถึงธัญพืชอบต่างๆ แบบไม่ใส่เกลือ
  • แปรงฟันหลังมื้ออาหาร จะทำให้เราไม่ค่อยอยากรับประทานอะไรหลังแปรงฟัน
    จริงหรือไม่? แปรงฟันหลังทานข้าว เสี่ยงฟันผุ
  • พยายามเอาของกินออกให้ห่างพ้นมือ และพ้นสายตา ดึงความสนใจไปที่สิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เช่น ทำงาน ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูทีวี ทำงานบ้าน ฯลฯ
  • ไม่นอนดึก ยิ่งนอนดึก ยิ่งหิวง่าย และยิ่งอยากรับประทานอาหาร และของขบเคี้ยวยามดึกมากขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ บางครั้งเราอาจกระหายน้ำ ไม่ได้หิว
  • พยายามแยกให้ออกว่า เรา “อยาก” หรือเรา “หิว” กันแน่ เพราะในหลายๆ ครั้งเราแค่ “อยาก” เท่านั้น

 

นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกาย เชื่อหรือไม่ว่าหากเราออกกำลังกายด้วยความเหนื่อยที่เหมาะสม มันไม่ได้ทำให้เราหิวมากขึ้น แต่กลับทำให้เราหิวน้อยลงมากกว่า ดังนั้นหากควบคุมการรับประทานอาหารของตัวเองได้แล้ว อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที หรือใครที่ไม่มีเวลาจริงๆ สามารถเพิ่มกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายเรื่อยๆ เช่น เดิน หรือวิ่งแทนการโดยสารรถในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร หรือการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ในบางโอกาส และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดนอน หรือเข้านอนดึกเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยลดความหิวของคุณได้ไม่มากก็น้อย

Posted by admin in สุขภาพ, อาหารการกิน

ภูมิแพ้กำเริบ ภูมิแพ้ตา รับมืออย่างไร อย่าปล่อยให้เรื้อรัง

ภูมิแพ้” เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองไวผิดปกติต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย หรืออาจเรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ สำหรับโรคภูมิแพ้ที่เยื่อบุตา เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง คือพบร้อยละ 10-20 ของคนปกติทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคนี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ๆ หรือเขตชุมชน ที่มีคนอยู่อาศัยอยู่หนาแน่น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักคิดว่าโรคภูมิแพ้ที่ตาเป็นโรคที่ไม่อันตราย เพียงแค่ก่อให้เกิดความรำคาญ แต่ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจทำให้เกิดความพิการของสายตาได้

 

โรคภูมิแพ้ตา เกิดจากสาเหตุอะไร

โรคภูมิแพ้ตา เกิดจากจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา เป็นต้น นอกจากนี้คอนแทคเลนส์ ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่น ๆ

โรคภูมิแพ้ตา แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

โรคภูมิแพ้ตา อาจแบ่งตามลักษณะของโรค ได้ดังนี้

  1.  กลุ่มที่มีอาการแพ้ไม่รุนแรง คือ เยื่อบุตาอักเสบเป็นหลัก ยังไม่มีผลกระทบต่อกระจกตา ซึ่งอาจเกิดจาก
  2. สิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือเป็นตามฤดูกาล
  3. การใช้คอนแทคเลนส์ โดยอาจใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้งานไม่เหมาะสม ทำให้มีอาการภูมิแพ้แทรกซ้อนได้
  4. กลุ่มที่มีอาการแพ้ค่อนข้างรุนแรง คือ กระจกตามีการอักเสบร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บเคืองตา การมองเห็นถูกรบกวน ไม่ใช่แค่คันตาหรือตาแดงเท่านั้น

โรคภูมิแพ้ตา เกิดบริเวณใดของดวงตา

  • ภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาขาว พบได้มากที่สุด
  • ภูมิแพ้ที่มีผลต่อกระจกตา พบได้รองลงมา และเมื่ออาการเกิดที่กระจกตา จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ทำให้การมองเห็นลดลงหรือมองเห็นไม่ชัดได้
  • ภูมิแพ้บริเวณใดของดวงตาเสี่ยงตาบอดมากที่สุด

การเกิดภูมิแพ้ที่กระจกตา จนถึงขั้นเป็นแผลเรื้อรังที่กระจกตา อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน รักษาได้ยาก และอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ นอกจากนี้แม้เมื่อแผลหายแล้ว อาจกลายเป็นแผลเป็นที่กระจกตา ส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ ในทางกลับกันหากแผลไม่ปิด ส่งผลให้กระจกตาทะลุ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข อาจส่งผลให้การมองเห็นสูญเสียไปหรือไม่ดีเหมือนเดิม

ปัจจัยเสี่ยงโรคภูมิแพ้ตา

  • ปัจจัยภายใน จากกรรมพันธุ์
  • ปัจจัยภายนอก ตัวกระตุ้นภูมิแพ้ อาทิ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ใบไม้ คอนแทคเลนส์ น้ำยาคอนแทคเลนส์ เป็นต้น

ภูมิแพ้ตาเกิดร่วมกับภูมิแพ้อื่นได้หรือไม่

  • สามารถเกิดร่วมกับภูมิแพ้ที่ส่วนอื่นของร่างกายได้ ในคนที่เป็นภูมิแพ้ อาจมีอาการแสดงออกได้หลายแห่ง ตั้งแต่ที่ตา ผิวหนัง และทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอจามเรื้อรัง น้ำมูกไหล ผิวหนังอักเสบ หรือคันที่ผิวหนังร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงบางตำแหน่งของร่างกาย ในขณะที่บางรายเป็นทุกส่วนร่วมกัน

ภูมิแพ้ตาส่งผลต่อโรคทางตาอื่น ๆ หรือไม่

หากเป็นภูมิแพ้ตาแล้วขยี้ตา เพราะอาการคัน และถ้าหากมือไม่สะอาด อาจนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น ตากุ้งยิง เป็นต้น บางรายหากขยี้แรงอาจมีผลกระทบต่อกระจกตา ทำให้กระจกตา ผิดรูปหรือเสียรูปไปจากเดิม นำไปสู่ปัญหาสายตาตามมา นอกจากนี้ในบางรายที่ขยี้แรง ผิวหนังรอบดวงตาอาจเปลี่ยนสี หรือมีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นได้

ใช้ยาหยอดตาหรือใช้น้ำยาคอนแทคเลนส์ประจำทำให้เกิดภูมิแพ้ตาหรือไม่

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ คล้ายกับการแพ้ยาบางประเภท
ยาหยอดตา สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน ขึ้นกับชนิดของยานั้นๆ
แม้โอกาสการเกิดภูมิแพ้จากยาอาจไม่สูง แต่หากต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรปรึกษาจักษุแพทย์ร่วมด้วย เนื่องจากยาบางชนิดสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ร่วมด้วยได้

เครื่องสำอางทำให้เกิดภูมิแพ้ตาได้หรือไม่

เครื่องสำอางทำให้เกิดภูมิแพ้ตาได้ หากพบว่าแพ้ต้องหลีกเลี่ยงการใช้งาน และถ้าหากเจอเครื่องสำอางอื่นที่มีส่วนผสมคล้ายคลึงกัน ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน

ภูมิแพ้ตา รักษาได้หรือไม่

สามารถรักษาได้ แต่อาจไม่หายขาด โดยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้คันเพื่อรักษาอาการคันที่ดวงตา หรือให้ยาแก้อักเสบเพื่อลดอาการตาแดง ในบางรายมีอาการตามฤดูกาล แพทย์อาจให้ยาป้องกันไว้ก่อน เรียกว่ายาป้องกันภูมิแพ้ หากผ่านฤดูนั้นไป สามารถหยุดใช้ยาได้ แล้วควรพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอื่นๆถ้ามี

ป้องกันโรคภูมิแพ้ตา

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความแข็งแรงและมีความสมดุล
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก

Posted by admin in สุขภาพ, โรคภูมิแพ้