อาหารการกิน

แก้เครียดด้วยการกิน แต่กินอย่างไรถึงมีประโยชน์

ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนๆ ความเครียดก็ไม่เคยปราณีใคร ไม่ว่าจะเรียน หรือทำงานติดต่อกันมา 5 วัน มาหลายปี ไหนจะคะแนนสอบ ไหนจะถูกประเมินงานอีก คงจะทำให้หลายคนเครียดมากเลยใช่ไหม งั้นวันนี้เรามาทดลองแก้ความเครียดนี้ด้วยการกินกันดีกว่า เครียดง่าย ก็แก้ง่ายๆ ด้วยการกินอาหารแก้เครียด

  1. ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และขนมปังโฮลวีท เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารแก้เครียดที่ดี โดยเฉพาะให้คาร์โบไฮเดรตประเภทดีต่อร่างกาย จะมีผลต่อระดับพลังงาน และน้ำตาลในเลือด ช่วยทำให้เกิดการกระตือรือร้นในการทำงานของร่างกาย ทำให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพสูง
  2. อะโวคาโด โดยในอะโวคาโดมีวิตามินบี 9 ช่วยเรื่องทำให้เกิดการผ่อนคลายความเมื่อยล้าสะสม และทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ดี
  3. น้ำมันปลา มีไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 มี่ส่วนช่วยให้สมองของเราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดที่สะสมมานาน ทำให้อารมณ์เยือกเย็นลง อาหารที่มีน้ำมันปลาสูง ได้แก่ ปลาทู ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า และปลาแซลมอน
  4. ผลไม้ และพืชตระกูลถั่ว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายเครียด และต่อต้านสารที่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย
  5. นม ไข่แดง จะมีวิตามินบีรวม ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการให้พลังงานกับสมองและระบบประสาท เนื่องจากขณะที่เรากำลังเครียดสมองจะทำงานหนักเพราะต้องใช้พลังงานมหาศาล วิตามินบีที่สะสมอยู่ในร่างกายก็จะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูงจะเป็นการเพิ่มวิตามินบีให้กับร่างกายเป็นการเติมสารอาหารที่จำเป็นให้แก่สมอง ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  6. ส้ม และ ผลไม้รสเปรี้ยว มีแคลเซียม โปแทสเซียม วิตามินซี วิตามินเอ มากเป็นพิเศษ ช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี
  7. แตงโม เป็นผลไม้ธาตุเย็น ที่มีอาจีนีน ช่วยให้หลอดเลือดขยายทำให้รู้สึกสดชื่น รู้สึกสดชื่น และเพลิดเพลินทุกครั้ง

Posted by admin in สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป, อาหารการกิน

ชอบกินจุบจิบ หิวบ่อย แก้ไขได้

วิธีลด “หิว” ลด “กินจุบจิบ” เพื่อ “ลดน้ำหนัก” อย่างได้ผล
กินอาหารมื้อหลักให้อิ่ม จะได้ไม่ต้องหิวระหว่างวัน ถ้าไม่ได้คิดจะใช้แผนแบ่งมื้ออาหารย่อยเป็น 6 มื้อ ก็ให้กินมื้อหลัก 3 มื้อให้อิ่มท้องไปเลยจนไม่ท้องไม่ต้องการของว่างระหว่างมื้อจะดีกว่า

 

  • กินมื้อเล็กๆ 6 มื้อ VS งดมื้อเย็น แบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่ากัน?
  • เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้างกล้อง ขนมปังโฮลวีต รวมถึงธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา ที่ช่ยให้อยู่ท้องมากกว่าข้าวขาว ขนมปังขาว และอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำตาลทรายขาว
  • ในมื้ออาหารหลัก อย่าลืมเน้นโปรตีนมากกว่าคาร์โบไฮเดรต เพราโปรตีนอยู่ท้องกว่า (เลือกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา ไก่ลอกหนัง)
  • หากหิวระหว่างมื้อจริงๆ ควรเลือกกินผลไม้สด ถั่ว ธัญพืชต่างๆ มากกว่าขนมนมเนยที่มีแป้ง และน้ำตาลสูง
  • หากแค่อยากหาอะไรเคี้ยวเพลินๆ ระหว่างวันไม่ให้หิว หรือไม่ให้ง่วง เลือกขนม ลูกอม หมากฝรั่ง และเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เช่น กาแฟไม่ใส่น้ำตาล ลูกอม หมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล (sugar-free) รวมถึงธัญพืชอบต่างๆ แบบไม่ใส่เกลือ
  • แปรงฟันหลังมื้ออาหาร จะทำให้เราไม่ค่อยอยากรับประทานอะไรหลังแปรงฟัน
    จริงหรือไม่? แปรงฟันหลังทานข้าว เสี่ยงฟันผุ
  • พยายามเอาของกินออกให้ห่างพ้นมือ และพ้นสายตา ดึงความสนใจไปที่สิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เช่น ทำงาน ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูทีวี ทำงานบ้าน ฯลฯ
  • ไม่นอนดึก ยิ่งนอนดึก ยิ่งหิวง่าย และยิ่งอยากรับประทานอาหาร และของขบเคี้ยวยามดึกมากขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ บางครั้งเราอาจกระหายน้ำ ไม่ได้หิว
  • พยายามแยกให้ออกว่า เรา “อยาก” หรือเรา “หิว” กันแน่ เพราะในหลายๆ ครั้งเราแค่ “อยาก” เท่านั้น

 

นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกาย เชื่อหรือไม่ว่าหากเราออกกำลังกายด้วยความเหนื่อยที่เหมาะสม มันไม่ได้ทำให้เราหิวมากขึ้น แต่กลับทำให้เราหิวน้อยลงมากกว่า ดังนั้นหากควบคุมการรับประทานอาหารของตัวเองได้แล้ว อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที หรือใครที่ไม่มีเวลาจริงๆ สามารถเพิ่มกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายเรื่อยๆ เช่น เดิน หรือวิ่งแทนการโดยสารรถในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร หรือการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ในบางโอกาส และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดนอน หรือเข้านอนดึกเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยลดความหิวของคุณได้ไม่มากก็น้อย

Posted by admin in สุขภาพ, อาหารการกิน